FTA คืออะไร

ความสำคัญของ FTA
            FTA ย่อมาจาก Free Trade Area หรือเขตการค้าเสรี  เป็นการทำความตกลงทางการค้าของประเทศ  อาจเป็น 2 ประเทศ
(ทวิภาคี) หรือเป็นกลุ่มประเทศ (พหุภาคี) ที่จะร่วมมือขจัดอุปสรรคทางการค้า
ทั้งที่เป็นภาษีศุลกากรและไม่ใช่ภาษีศุลกากร
          1. ความเป็นมาของเขตการค้าเสรี
            แนวคิดของการมีนโยบายการค้าเสรี คือประเทศจะเลือกผลิตสินค้าที่ตนเองถนัด และมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด คือจะผลิตสินค้าที่คิดว่า
ประเทศตนได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Advantage) มากที่สุด แล้วนำสินค้าที่ผลิตได้นี้ไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ประเทศตน
ไม่ถนัด หรือเสียเปรียบ โดยแลกเปลี่ยนสินค้ากับประเทศอื่นที่ผลิตสินค้าแล้วได้เปรียบ ดังนั้นประเทศทั้งสองก็จะทำการค้าต่อกันได้ โดยต่างฝ่าย
ต่างสมประโยชน์กัน (Win-Win Situation)

            นโยบายการค้าเสรีมีดังนี้
1.การผลิตตามหลักการแบ่งงานกันทำ  เลือกผลิตสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำและประเทศมีศักยภาพในการผลิตสินค้า
นั้นสูง
2.ไม่เก็บภาษีคุ้มกัน (Protective Duty) เพื่อคุ้มครองหรือปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
3.ไม่ให้สิทธิพิเศษหรือกีดกันสินค้าของประเทศใดประเทศหนึ่ง
4.เรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวและให้ความเป็นธรรมแก่สินค้าของทุกประเทศเท่ากัน ไม่มีข้อจำกัดทางการค้า(Trade
Restriction) ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศไม่มีการควบคุมการนำเข้าหรือการส่งออกที่เป็นอุปสรรค
ต่อการค้าระหว่างประเทศ ยกเว้นการควบคุมสินค้าบางอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และ
สินค้าที่เกี่ยวด้วยศีลธรรมจรรยาหรือความมั่นคงของประเทศ
         2. ความหมายของเขตการค้าเสรี
            เขตการค้าเสรี หมายถึง การวมกลุ่มเศรษฐกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายในกลุ่ม  ที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อย
ที่สุดหรือเป็น 0% และใช้อัตราภาษีปกติที่สูงกว่ากับประเทศนอกกลุ่มการทำเขตการค้าเสรีในอดีตมุ่งในด้านการเปิดเสรีด้านสินค้า โดยการ
ลดภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีเป็นหลัก  แต่เขตการค้าเสรีในระยะหลัง ๆ นั้น  รวมไปถึงการเปิดเสรีด้านอื่น ๆ ด้วย  เช่น ด้านการบริการ
การลงทุน เป็นต้น
         3. เขตการค้าเสรีที่สำคัญของไทย
            เขตการค้าเสรีที่มีมูลค่าสูงในทางการค้า ได้แก่ เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ไทย-ญี่ปุ่น
อาเซียน-เกาหลี เป็นต้น
ประโยชน์และผลกระทบของการทำ FTA
            ในภาพรวมแล้วการทำ FTA มีทั้งผลดีและผลกระทบ  แต่คู่เจรจาได้พยายามศึกษารวบรวมข้อมูล และเจรจาเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างพอใจ
ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 

            อย่างไรก็ตามสภาพแวดล้อมเฉพาะ  และสภาพแวดล้อมทั่วไปของคู่เจรจาจะแตกต่างกันไปในแต่ละ FTAหากจะวิเคราะห์แต่ละด้าน
ของแต่ละ FTA จะมีบางกลุ่มอุตสาหกรรม บางกลุ่มสินค้าได้ประโยชน์ 
บางกลุ่มสินค้าไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ 
การเจรจาก็สามารถยืดเวลาในการลดหรือยกเว้นภาษีออกไปจนกว่าภาคการผลิตจะสามารถปรับตัวได้  หรือภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลือ เยียวยา
ชดเชยผลกระทบเหล่านั้น

            ในภาพรวมการทำ FTA  น่าจะมีประโยชน์ดังนี้
1.

ลดอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นอุปสรรคทางภาษี และที่มิใช่ภาษี

2.

เพิ่มมูลค่าในทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก

3.

เพิ่มโอกาสการส่งออก ได้ตลาดใหม่ และขยายตลาดเดิม

4.

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

5.

สร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ การเมือง

6.ให้ความร่วมมือทางด้านศุลกากร การแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลการลักลอบ หลีกเลี่ยงและสินค้าอันตราย สินค้าละเมิด
ลิขสิทธิ์
7.

พัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

8.

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ  และเทคโนโลยีการผลิต

9.

สร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น