หน้าแรก Home

ข่าวเศรษฐกิจ ประจำเดือนตุลาคม 2561

  • ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น-ซีอีโอ Mitsui เข้าพบนายกฯระหว่างเยือนญี่ปุ่น ยืนยันการลงทุนในอีอีซี เมื่อวันที่ 9 ต.ค. เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายฮิโรยูกิ อิชิเกะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น....... อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/economy/567074

  • ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ เผยแพร่รายงานภาพรวมเศรษฐกิจโลกประจำไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ประเมินว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2561-2562 จะอยู่ที่ 3.7% ลดลงจากที่เคยประเมินไว้ที่ 3.9% ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายมอริส ออบส์เฟลด์ ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟ มองว่าเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการดำเนินนโยบายแบบลัทธิคุ้มครองการค้า ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเติบโตและฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทำให้โลกมีแนวโน้มจะยากจนกว่าเดิม ทั้งนี้ จากนโยบายตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯและจีน จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เฉพาะสหรัฐฯ-จีน แต่รวมถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย และประเทศที่ประสบปัญหาการเงินอย่างอาร์เจนตินา ตุรกี และบราซิล ขณะที่ไอเอ็มเอฟประเมินว่าอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สหรัฐฯจะลดลงเรื่อยๆ จาก 2.9% ในปี 2561 เหลือ 2.5% ในปี 2562 และ 1.8% ในปี 2563 ส่วนจีนประเมินว่าจะมีอัตราเติบโต 6.6% ในปี 2561 เหลือ 6.2% ในปี 2562 แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจต่ำกว่า 5% ในปี 2562 หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป

    ไอเอ็มเอฟยังประเมินการเติบโตโดยรวมของชาติอาเซียน 5 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ว่าจะอยู่ที่ 5.3% ในปี 2561 และลดเหลือ 5.2% ในปี 2562 หากดูจากทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลแต่ละประเทศ ประเมินว่าจีดีพีจะอยู่ที่ 4.6% ในปี 2561 และ 3.9% ในปี 2562

    ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในปีหน้าอย่างแน่นอน โดยคนกังวลกันว่า สงครามการค้าจะอยู่นาน และต้องเผชิญสภาพแบบนี้ต่อไปอย่างน้อยอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเมื่อสงครามการค้ายืดเยื้อออกไปย่อมกระทบต่อการค้าโลก ดังนั้น อย่าไปหวังพึ่งการส่งออกให้ขยายตัวได้มาก หรือทำสถิติทุกเดือนคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องหันมาสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศเพื่อให้เกิดความสมดุล และอีกสิ่งที่ต้องระวังคือราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้นที่จะทำให้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น.

  • กรมการข้าว ระบุปี 2561/62 ผลผลิตข้าวโลกได้ 487.35 ล้านตัน ลดลง 0.02 % เหตุ ผู้ผลิตรายใหญ่เจอภัยแล้ง จะมีการค้าที่ 48.67 ล้านตัน อินเดียยังส่งออกมากสุด ตามด้วยไทย ที่ผลผลิต 33.42 ล้านตันข้าวเปลือก ยังเสี่ยงน้ำท่วม ขณะราคายังอยู่ในเกณท์ดี

    นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าในการประชุมผู้รับผิดชอบรายสินค้า (Mr.รายสินค้า ) กรมการข้าวได้รายงานถึงสถานการณ์ข้าวประจำเดือน ก.ค. ระบุว่า ในปี 2561/62 ผลผลิตข้าวโลกจะมีประมาณ 487.35 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.02 % เมื่อเทียบกับปี 2560/61 เนื่องจากจีน อินเดีย และปากีสถาน ประสบภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนลดลง
    ด้านการค้าข้าวโลก ปี 2561 จะมีปริมาณ 48.67 ล้านตัน โดยอินเดียจะส่งออกข้าวมากเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 12.80 ล้านตัน ซึ่งขณะนี้ส่งออกแล้ว 6.23 ล้านตัน (1 ม.ค.-26 มิ.ย.) ส่วนปี 2562 การค้าข้าวโลกจะมีปริมาณ 49.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.71% เนื่องจากไนจีเรีย โกตดิวัวร์ มาเลเชีย อิหร่าน และ อิรัก จะนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไทย อินเดีย จีน สหรัฐฯ และกัมพูชาจะส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น

  • น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน สำหรับกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป รวมทั้งสินค้าอาหารทะเลปรุงแต่ง โดยจีนขึ้นภาษีสินค้าอาหารทะเลที่นำเข้าจากสหรัฐฯ 222 รายการ (พิกัดศุลกากร 8 หลัก) ในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ การขึ้นภาษีสินค้าอาหารทะเลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการขึ้นภาษีในสินค้าหลายชนิดจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าไอทีและสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาของจีน

 ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารความรู้

กิจกรรมของสมาคมผู้นำเข้าและผู้ส่งออกระดับมาตรฐานเออีโอ
ผู้แทนสมาคมประชุมคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มบริการและโลจิสติกส์ ครั้งที่ 2-1/2561  ณ ห้องประชุม 2307 อาคารจรูญ สีบุญเรือง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561
  • .

  • .

  • .

 สมาคมเข้าร่วมเป็นเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากร ครบรอบ 144 ปี       เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 และสมาคมร่วมบริจาคเงินให้กับวัดพระบาทน้ำพุด้วย

การสัมนา E-Form D เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2561

สมาคมกำหนดจัดสัมมนา E- form D  โดยมีวัตถุประสงค์

เพื่อให้สมาชิกสมาคมผู้นำเข้าและผู้ส่งออกระดับมาตรฐานเออีโอ และผู้ประกอบการทั่วไปได้เข้าใจเกี่ยวกับการขอรับรองการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ารูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Form D เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรส่งออกไปตลาดอาเซียน  เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจและยังแก้ปัญหาการปลอมแปลงเอกสารทางการค้าและยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดอาเซียนสูงขึ้นด้วย

 

 

สมาคมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างท่าเรือกรุงเทพ ผู้ใช้บริการท่าเรือกรุงเทพ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 3/2561ในวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 2561 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารที่ทำการการท่าเรือแห่งประเทศไทย 

 
  • .

  • .

  • .

ประชุมเพื่อปรับปรุงประกาศกรมศุลกากรเกี่ยวกับตัวแทนออกของ                                                                                             
เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2561  เวลา 13.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุม 7 อาคาร 1 กรมศุลกากร  

 

  • .

  • .

  • .

 พิธีมอบใบรับรองสถานภาพการเป็นผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ   เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ณ ห้องโถง กรมศุลกากร
  • ภาพ 1

  • ภาพ 2

  • ภาพ 3

  • ภาพ 4

  • ภาพ 5

  • ภาพ 6

 สมาคมฯ เข้าหารือการขอคืนอากรตาม มาตรา 29 และการขอขยายการยื่นชุดชดเชยอากร           เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา

  • ภาพ 1

  • ภาพ 2

  • ภาพ 3

  • ภาพ 4

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร และ Mr. Ho Chee Pong อธิบดีศุลกากรสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามความตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement : MRA) สำหรับโครงการผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ  ในการประชุม Council Session ณ องค์การศุลกากรโลก กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม                                             เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561   แหล่งที่มีข่าว  http://www.customs.go.th/cont_strc_slide_image.php?current_id=14223132414d505f4d464b4a464b48 

 
Visitors: 1,299